"ทำอย่างไร เมื่อโรคเครียดถามหา"
   2 ก.ค. 2557 05:27 น.       เปิดอ่าน 1808       แสดงความคิดเห็น   

เครียด!! เครียด!! เครียด!! ถูกจัดให้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สร้างความกดดันมากที่สุดในการดำเนินชีวิต ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก...

สำหรับ ประเทศไทยเอง หลายคนคงเจอปัญหานี้ โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ เขาว่ากันว่า บ่อยครั้ง ปัจจัยภายนอกอาจเป็นบ่อเกิดของความเครียด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

ม็อบทำพนักงานออฟฟิศไทยเครียด!!!

ผล สำรวจประจำปี 2013/2014 ของบริษัท ทาวเวอร์ส วัทสัน บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยข้อมูลธุรกิจที่มีเครือข่ายทั่วโลก เกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมด้านสุขภาพของพนักงานและความเสี่ยงต่างๆ พบว่า การประท้วงทางการเมืองในไทยที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดความวิตกกังวลโดยไม่รู้ตัวในหมู่พนักงาน

ดร.ราเจชรี พาเร็ค ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ฝ่าย Global Health and Group Benefits บริษัท ทาวเวอร์ส วัทสัน กล่าวว่า ผู้ที่อาศัยและทำงานอยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุมประท้วง เป็นกลุ่มคนที่เสี่ยงเกิดความเครียดมากที่สุด ตามการสำรวจของกรมสุขภาพจิต

สถานการณ์ เช่นนี้ ส่งผลให้เกิดปัญหาทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ตั้งแต่ความวิตกกังวล และความก้าวร้าว ไปจนถึงอาการนอนไม่หลับ และความดันโลหิตสูง

ส่วน ปัจจัยภายใน ก็อาจถามหาความเครียดได้เช่นกัน เพราะบางออฟฟิศ นายจ้างก็อาจจะใช้วิธีการกดดัน ให้งานบรรลุเป้าหมาย ขอเตือนว่า มันอาจจะเป็นวิธีการที่ใช้ได้ แต่อาจทำให้เกิดผลลบกับธุรกิจโดยไม่รู้ตัว เพราะอะไรหรือ...

ความเครียดที่ถาโถมพนักงานมากเกินไปจะเป็นภัยต่อ สุขภาพทางอารมณ์ และสุขภาพกาย ผลที่ตามมา คือ ประสิทธิภาพการทำงานลดลงเพราะตัดสินใจแก้ปัญหาไม่ตรงจุด บริษัทจะได้รับความเสียหายในระยะยาว


 

 

นายจ้างช่วยได้อย่างไร...?

นาย จ้างทั่วโลกสามารถแก้ปัญหาความเครียดให้แก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบทั้งจาก ปัจจัยภายในและภายนอก โดยส่วนใหญ่เลือก 3 กิจกรรมหลัก คือ การให้ความรู้พนักงานเพื่อสร้างความตระหนักในการทำงาน, เสนอทางเลือกให้พนักงานสามารถยืดหยุ่นการทำงานได้ และหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด เช่น โยคะ และไทชิ ซึ่งก็คือการออกกำลังกายที่นำการฝึกลมปราณและสมาธิมารวมกันนั่นเอง ซึ่งเป็น 3 กิจกรรม ที่ทั่วโลกนิยมใช้ เพราะมีต้นทุนต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว

ส่วนบริษัทในเอเชีย แปซิฟิกที่ทำกิจกรรมประเภทนี้สามารถรักษาพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญให้ทำงาน กับนายจ้างได้นาน และพนักงานมีมาตรฐานการทำงานสม่ำเสมอ อัตราการลาออกน้อยเพียงร้อยละ 2 แต่ยังมีบริษัทร้อยละ 14 ที่ไม่มีกิจกรรมผ่อนคลายให้แก่พนักงาน เพราะคิดว่าสิ้นเปลืองต้นทุน และทรัพยากรบุคคล

 



ผ่อนคลายความเครียดด้วยตัวเอง...!!

นอก จากนี้พนักงานสามารถหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียดได้ด้วยตัวเองอีกหลายวิธี เช่น การฟังเพลงแนวสนุกสนาน เช่น บลอสซั่ม หรืออะคูสติก เพื่อปลดปล่อยให้ล่องลอยไปตามจินตนาการ, การอยู่คนเดียวสักพัก เพื่อคิดในแง่บวกสร้างความมั่นใจ, การออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อน สร้างอารมณ์ขัน และความเพลิดเพลินให้กับตัวเอง, การออกกำลังกายให้เสียเหงื่อสามารถช่วยให้สมองปลอดโปร่ง, การหัวเราะช่วยกระตุ้นสารเอนดอร์ฟิน หรือสารแห่งความสุขให้อารมณ์ดีขึ้น และการออกไปท่องเที่ยวตามธรรมชาติจะช่วยให้ปล่อยวางเรื่องราวที่ค้างคาซึ่ง เป็นต้นตอแห่งความทุกข์ลงได้ เพียงเท่านี้สมองจะปลอดโปร่ง ร่างกายจะสดชื่นอย่างแน่นอน


ที่มา  thairath

เรียบเรียงโดย www.never-age.com

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่

http://www.facebook.com/neverage.fan

และ Twitter

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น
กรอกตัวเลข

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.