"สวดมนต์ บำบัดกาย สบายใจ"
   22 ต.ค. 2558 12:12 น.       เปิดอ่าน 641       แสดงความคิดเห็น   

“การสวดมนต์” ไม่ว่าจะศาสนาไหนล้วนแต่มีการสวด­มนต์ภาวนาทั้งสิ้น เพียงแต่เราทราบกันหรือไม่ว่า การสวดมนต์ไม่ได้มีประโยชน์แค่ในด้านการบูชา หรือ เป็นพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น หากแต่ยังมีประโยชน์ในการเยียวยาร่างกายจากความเจ็บป่วยได้อีกด้วย

รศ.ดร. สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี อดีตหัวหน้าภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้ว่า เรื่องใกล้ตัวอย่างการสวดมนต์ โดยการสวดมนต์นี้ นับเป็นหนึ่งวิธีของการปฎิบัติสมาธิ แต่เป็นการปฎิบัติสมาธิด้วยเพื่อใช้เสียง เป็นตัวรับสัญญาณกลที่อยู่บริเวณช่องปาก

เวลาสวดจะทำให้เกิดเสียงแผ่วๆ ไปกระตุ้นการทำงานของตัวรับสัญญาณให้เกิดผลของการผลิตสาร เคมี ผลิตสารไฟฟ้า รวมทั้งสารสื่อประสาทและโปรตีนบางตัว เพื่อทำให้เกิดปรับสมดุลร่างกาย ขึ้นอยู่กับจังหวะของเสียง และการสั่นสะเทือน

หน้าที่ของตัวรับสัญญาณ คือ การสัมผัส กด สั่นสะเทือน เพราะฉะนั้นสั่นสะเทือนได้ดีก็สามารถควบคุมร่างกายที่มีความบกพร่อง สามารถดูแลคนที่มีสุขภาพจิต เช่น คนที่มีความกังวลใจ นอนไม่หลับ หรือ คนที่มีแผลเรื้อรัง ฉะนั้นการสวดมนต์จึงเป็นวิทยาศาสตร์การแพทย์ขั้นสูงที่ควรเอามา ประกอบการดูแลผู้ป่วย

ยกตัวอย่าง เวลาเราฟังเสียงสวดมนต์ อย่างเสียง ทุ้มๆ แผ่วๆ แล้วรู้สึกสบายใจ จุดนี้ทางการแพทย์มีคำอธิบายให้ฟังต่ออีกว่า “ปกติเราวุ่นวายยุ่งเหยิงสารสื่อประสาทตัวที่ทำให้สมองวุ่นวายจะกระฉูดขึ้นมา แต่ถ้าได้ยินเสียงแผ่วๆ สารสื่อประสาทก็จะวิ่งเข้าไปหาสัญญาณตัวที่ผ่อนคลาย แล้วสมองด้านวุ่นวายไม่ผ่อนคลายก็จะลดระดับลง และนี่ก็เป็นตัวแรกที่ลดระดับลง

และพอสวดไปซักระยะหนึ่ง มันก็จะเข้าไปส่วนสมองที่เป็นการกรองสัญญาณ ที่ทางการแพทย์เรียกว่า “ธารามัส”พอไปถึงตรงนั้น บริเวณตรงนี้จะปล่อยสารสื่อประสาทที่กันไม่ให้สมองชัก กันไม่ให้คนก้าวร้าว ไม่ให้ฟุ้งซ่าน และสารตัวนี้ก็จะทำให้สามารถช่วยเยียวยาแผล โดยจะใช้เวลาแค่เพียง 12 นาที และพอมาถึงจังหวะนี้คือสารเคมีในบริเวณสมองธารามัสจะออกมา

ฉะนั้นต้องสวดให้ได้จังหวะ เพราะ สัญญาณที่เกิดสั่นสะเทือนเบาๆ ต่ำกว่า 25 เมกะเฮิร์ทซ์ จะส่งผ่านเข้ามา ไม่ผ่านเข้าทางเดินอาหารนะคะ แต่ผ่านเข้าระบบทางเดินหายใจ ซึ่งก็หมายความว่า เราคุมการทำงานเส้นประสาทสมองตัวที่คุมอวัยวะข้างในได้

ส่วนกรณีคำถามเกี่ยวกับการสวดมนต์นี้ มีคำถามเกิดขึ้นว่า ระหว่างคนที่นั่งฟังพระสวดมนต์ หรือ ฟังจากสื่อธรรมะต่างๆ และ การทำการสวดมนต์ด้วยตนเอง ความแตกต่างของผลที่ได้รับทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์จะมีความ แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร

รศ.ดร. สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี ไขข้อข้องใจทิ้งท้ายว่า “คนที่นั่งฟังอย่างเดียว สัญญาณจะเข้าทางหู และผลประโยชน์ที่ได้กับร่างกายก็จะได้แค่เพียงผ่อนคลาย แต่ถ้าทำการสวดมนต์ต่างๆ นั้น ตัวตนเองจะได้ผลกับตนเอง และจะได้ประโยชน์ไปถึงระดับเยียวยาบำบัดโรคได้

จุดนี้จึงนับว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามและประโยชน์ก็มีอย่างมาก ฉะนั้นถ้าหากสะดวกฝึกระดับจิตใจร่างกายแนะนำให้ทุกคนหันมาสวดมนต์ภาวนา จะสลับกับการฟังพระสวดมนต์ และหมั่นสวดมนต์เองก็จัดว่า เป็นเรื่องดีทั้งนั้น เพราะ ได้ประโยชน์ทั้งจิตใจและร่างกาย”

รศ.ดร. สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี กล่าวปิดท้าย.

 

ที่มา รายการพบหมอรามา

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

http://www.facebook.com/neverage.fan 

และ Twitter

twitter.com/Never_Ag

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น
กรอกตัวเลข

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.