"ทำอย่างไรเมื่อริ้วรอยมาเยือน"
   7 มิ.ย. 2560 15:13 น.       เปิดอ่าน 155       แสดงความคิดเห็น   


 

ทำอย่างไรเมื่อริ้วรอยมาเยือน

ริ้วรอย หรือ Skin wrinkle เป็นลักษณะของผิวหนังที่เกิดการม้วนตัวจนสามารถเห็นป็นร่องลึกของผิว โดยปกติมักเกิดเมื่อเรามีอายุมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามลักษณะของริ้วรอยอาจเกิดจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของใบหน้า หรือการแช่น้ำนาน ๆ ก็ได้

ทฤษฎีของการเกิดริ้วรอย?


เราสามารถแบ่งประเภทของการเกิดริ้วรอยได้ 2 ชนิดหลักๆ ดังนี้


1.Dynamic Wrinkles เป็นริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงออกทางใบหน้า โดยทั่วไปมักเห็นเป็นรอยเส้นมากมายที่อาจมาจากการยิ้ม การแสดงอารมณ์โกรธหรือโมโหบึ้งตึง โดยปกติแล้วการแสดงออกทางใบหน้า อาจทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้ามากถึงวันละ 15,000 ครั้ง ซึ่งบริเวณที่สามารถพบริ้วรอยได้บ่อย มักไม่พ้นบริเวณระหว่างคิ้วทั้งสองและบริเวณหน้าผาก รวมไปถึงแก้มทั้งสองข้างที่เกิดการหย่อนตัว ทำให้เกิดเป็นร่องลึกบริเวณระหว่างจมูกและปาก นอกจากนี้ยังมีบริเวณที่ใกล้กับมุมของหางตาทั้งสอง ซึ่งเรามักรู้จักกันดีในนามของรอยตีนกานั่นเอง


2.Static Wrinkles เป็นริ้วรอยที่เกิดจากปัจจัยภายในและสิ่งแวดล้อม อาจมีสาเหตุมาจาก ความยืดหยุ่นของผิวลดลงเมื่ออายุมากขึ้น นอกจากนี้อาจถูกกระตุ้นได้จากปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ การได้รับแสงแดดจัด การสูบบุหรี่ พันธุกรรม ภาวะโภชนาการที่ไม่สมบูรณ์ สาเหตุดังกล่าวนี้อาจเร่งให้ริ้วรอยเดิมที่มาจากการเคลื่อนไหวของใบหน้าเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น และทำให้ร่องของริ้วรอยดูลึกมากขึ้น ซึ่งบางครั้งเราสามารถมองเห็นได้แม้ว่าจะบังคับโดยการเกร็งใบหน้าให้ตึงแล้วก็ตาม

 

สาเหตุของการเกิดริ้วรอย


    1. ปริมาณเอนไซม์ Collagenase มากขึ้น จึงก่อให้เกิดริ้วรอยได้ชัดขึ้น ซึ่งมีปัจจัยกระตุ้นมาจากการได้รับรังสียูวีจากแสงแดดจัด หรือสารก่อความระคายเคืองอื่นๆ โดยเอนไซม์ชนิดนี้จะทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นหนังแท้ จึงทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นได้ในที่สุด  


    2. ระบบเมตาบอลิซึมที่ผิวหนังลดลง ทำให้เซลล์ผิวหนังลดปริมาณการสร้างคอลลาเจนมาทดแทนคอลลาเจนเก่าที่ถูกทำลาย จึงทำให้ลักษณะของผิวพรรณมีความหยาบกระด้าง การขาดคอลลาเจนที่คอยอุ้มน้ำจะทำให้ความเต่งตึงของผิวลดลง และยังทำให้ความสามารถในการต้านทานสิ่งต่างๆ ที่มากระทบต่อผิวน้อยลงตามมาด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ระบบเมตาบอลิซึมที่ต่ำลงทำให้การสร้างเซลล์ผิวใหม่ช้า ส่งผลให้ความหนาของชั้นผิวลดลงตามมา รวมไปถึงเซลล์ผิวยังอาจสูญเสียเซลล์ไขมัน ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวลดลงและไม่สามารถเก็บรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ ผลเสียทั้งหมดจึงตกมาอยู่ที่ริ้วรอยที่มักชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเรามีอายุมากขึ้น 

 

 

   3. ผลของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง จาดภาวะหมดประจำเดือน สามารถลดปริมาณคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ได้ถึง 2 % ต่อ ปี และลดความหนาของชั้นผิวได้ถึง 1 % ต่อ ปี  


   4. การได้รับอนุมูลอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการรับแสงแดดจัด การสูบบุหรี่ พักผ่อนน้อย มีความเครียดสูง สามารถทำลายการทำงานของผิว และกระตุ้นเอนไซม์ Matrix Metalloproteases (MMPs) ซึ่งคอยทำลายคอลลาเจนได้อีกทางหนึ่ง

 

การรักษาริ้วรอย

ในปัจจุบันมียาแผนปัจจุบันหลายชนิดที่ช่วยทำให้ริ้วรอยแลดูจางลง หนึ่งในนั้นคือ อนุพันธุ์ของวิตามินเอ หรือ Tretinoin ซึ่งช่วยทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ร่องจากริ้วรอยตื้นขึ้น นอกจากนี้ยังมียาฉีดที่รู้จักกันดีในนามของ Botox ซึ่งได้จาก Botulinum toxin จากแบคทีเรีย Clostridium ทำให้กล้ามเนื้อขนาดเล็กในบริเวณดังกล่าวเกิดอาการเกร็ง ทำให้เห็นริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวบนใบหน้าไม่ชัดเจน นอกจากนี้อาจเป็นการฉีดสาร Dermal fillers ในตระกูล Glycosaminoglycans (GAGs) อาทิเช่น Hyaluronic acid เพื่อทำให้ริ้วรอยจางลง โดยเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังและช่วยให้ผิวมีลักษณะเต่งตึง

 

การป้องกันการเกิดริ้วรอย

ทฤษฎีทางเซลล์วิทยาดังที่กล่าวมานั้นสามารถใช้อธิบายว่าเหตุใดคนเราจึงมีริ้วรอยเกิดขึ้น แน่นอนว่าอายุและกรรมพันธุ์เป็นปัจจัยที่เราเลี่ยงไม่ได้ รวมไปถึงการเคลื่อนไหวของใบหน้าเพื่อแสดงอารมณ์ ก็จำเป็นต้องฝึกฝนเป็นนิสัย ซึ่งคงไม่ใช่เป็นเรื่องปกติที่เราจะเปลี่ยนแปลงกันได้ง่ายๆ แต่ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่เราสามารถเลี่ยงหรือปรับเปลี่ยนได้ไม่ยาก ตัวอย่างเช่น แสงแดดจัด ความเครียด อารมณ์โกรธ หงุดหงิดง่าย การพักผ่อนน้อย การดื่มน้ำน้อย การทานอาหารที่ไม่ถูกหลักอนามัย เป็นต้น ดังนั้นการลดความเสี่ยงจากปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นการช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยอย่างได้ผลวิธีหนึ่ง

 

สารอาหารเพื่อชะลอการเกิดริ้วรอย

เจลาติน (Gelatin) การดูแลผิวเพื่อการชะลอริ้วรอยจากการรับประทานสารอาหารจำพวกคอลลาเจนธรรมชาติ จัดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการเติมคอลลาเจนให้กับผิวโดยตรง ทั้งนี้เพราะคอลลาเจนในรูปเครื่องสำอางไม่สามารถดูดซึมเช้าสู่ผิวได้ เนื่องจากขนาดอนุภาคที่ใหญ่เกินไป การเติมคอลลาเจนให้กับผิวจึงต้องมาจากการรับประทานเท่านั้น และเมื่อชั้นผิวหนังแท้มีความหนาอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น ก็จะทำให้ริ้วรอยต่างๆ จางลง ขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้อีกด้วย โดยปกติแล้วริ้วรอยของแต่ละคนจะมาเร็วหรือช้าแตกต่างกันไปขึ้นกับพันธุกรรม เชื้อชาติ สิ่งแวดล้อม และการสัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวข้างต้น แน่นอนว่าคนเอเชียอาจได้เปรียบชนชาติอื่นตรงที่โครงสร้างของผิวมีความละเอียดกว่า จึงทำให้คงความอ่อนเยาว์ได้นานกว่า แต่อย่างไรก็ตามชั้นคอลลาเจนของทุกคน ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย จะบางลงปีละ 1% หลังจากอายุ 25-30 ปีเป็นต้นไป ดังนั้นการทานคอลลาเจนเสริมในรูปของเจลาติน จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่เท่านั้น โดยขนาดรับประทานอยู่ที่ประมาณวันละ 3,000มิลลิกรัมเพื่อป้องกันริ้วรอย และ 5,000มิลลิกรัมสำหรับการรักษา

 

กระดูกอ่อนปลาฉลาม (Shark Cartilage) สารสำคัญของกระดูกอ่อนปลาฉลามเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะกลายเป็นสารตั้งต้นในกลุ่ม Chondroitin และ Glycoaminoglycans ซึ่งโดยธรรมชาติจะเป็นสารที่ช่วยลดการอักเสบและเป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่พบได้ในชั้นผิวหนังแท้ ซึ่งมีความสำคัญต่อการเรียงตัวของคอลลาเจน นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวอีกด้วย สำหรับขนาดรับประทานกระดูกอ่อนปลาฉลามจะอยู่ที่วันละ 1,500 มิลลิกรัมเพื่อสุขภาพผิวที่แข็งแรงและอาจสูงถึง 3,000มิลลิกรัม เพื่อการรักษาริ้วรอย

 

 

 

ที่มา GNC

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่
 

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น
กรอกตัวเลข

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.